Parent’s Blog

หนังสือเรียนอนุบาลกับความรู้รอบตัวที่จำเป็นกับเด็ก

เด็กเล็ก ๆ ในช่วงวัยอนุบาล นับเป็นช่วงแรกที่ต้องรู้จักการเข้าสังคม เพราะเป็นช่วงวัยที่พ่อแม่เริ่มส่งเข้าโรงเรียนหรือสถานอนุบาลเป็นครั้งแรก ถือเป็นการแยกห่างจากพ่อแม่เป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นครั้งแรก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีต่อเด็กในอนาคต ทั้งส่งผลดีต่อการเข้าสังคม และยังรวมถึงความรู้รอบตัวที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในอนาคต ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือที่ทางโรงเรียนและผู้ปกครองควรนำมาใช้เสริมสร้างความรู้รอบตัวให้กับเด็กนั้นก็คือหนังสือเรียนอนุบาลนั่นเอง โดยหนังสือเรียนสำหรับเด็กอนุบาลจะช่วยเพิ่มพูนความรู้รอบตัวที่จำเป็นต่อเด็กได้ดังนี้ ความรู้ด้านภาษาและการสื่อสาร ภาษาคือสิ่งสำคัญที่เด็กจะต้องใช้ในการสื่อสารกับผู้อื่น ซึ่งหนังสือเรียนอนุบาล ภาษาไทย สำหรับเด็กอนุบาลมักเริ่มตั้งแต่การสอนให้เด็กรู้จักตัวอักษรชนิดต่าง ๆ ทั้งการเขียน และการออกเสียงเรียกตัวอักษร ทำให้เด็กรู้จักใช้ตัวอักษรชนิดต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ความรู้ด้านตัวเลข การใช้ตัวเลขให้เป็นก็ถือเป็นความรู้รอบตัวสำคัญที่เด็ก ๆ จะต้องเรียนรู้ ในหนังสือเรียนสำหรับเด็กอนุบาลจึงมีการสอนให้เด็กรู้จักการนับเลข การเขียนตัวเลขชนิดต่าง ๆ รวมถึงการออกเสียงตัวเลขแต่ละตัวอย่างเหมาะสม ความรู้ในการเข้าสังคม เด็ก ๆ ในวัยอนุบาลอาจยังไม่เข้าใจมารยาทหรือภาวะทางอารมณ์ของคนรอบข้างมากนัก บางครั้งผู้ใหญ่จะพบว่าเด็กอนุบาลสามารถทะเลาะกันได้ด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย ซึ่งในหนังสือเรียนอนุบาลมักอธิบายเรื่องของอารมณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ในรูปของเรื่องเล่าหรือนิทานภาพ ที่จะช่วยให้เด็กมีความเข้าใจถึงภาวะอารมณ์ หรือสิ่งที่ดีและเหมาะสมที่จะปฏิบัติต่อคนรอบข้างได้ดีมากขึ้น ความรู้ด้านร่างกาย เด็กเล็กมักไม่สามารถเรียกชื่ออวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งหนังสือเรียนอนุบาลมักสอนให้เด็กเรียนรู้อวัยวะต่าง ๆ ด้วยรูปภาพหรือคำบรรยายที่เข้าใจได้ง่าย การที่เด็กสามารถบอกชื่อหรือรายละเอียดของอวัยวะได้อย่างถูกต้องจะช่วยให้ผู้ใหญ่สามารถทำความเข้าใจกับอาการเจ็บป่วยของเด็กได้ง่ายขึ้นด้วย ความรู้ด้านภาษาที่สอง นอกเหนือจากภาษาไทยที่เด็ก ๆ ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันแล้ว การเรียนรู้ภาษาที่สองก็นับว่ามีความสำคัญมากในสังคมปัจจุบันที่การทำธุรกิจหรือติดต่อกับผู้คนต่าง […]

Read more

ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกสร้างได้ด้วยแบบฝึกหัดอนุบาล

เมื่อส่งลูกเข้าเรียนแม้ว่าจะเป็นชั้นเรียนใด ย่อมหลีกเลี่ยงการทำแบบฝึกหัดหรือการบ้านหลังเลิกเรียนไม่ได้ ยิ่งในเด็กเล็กการทำแบบฝึกหัดอนุบาลอาจเป็นเรื่องยาก เพราะเด็กยังไม่รู้จักการอยู่นิ่ง ๆ หรือตั้งสมาธิกับงานตรงหน้าได้ ผู้ปกครองจึงควรเข้ามาช่วยเด็กในการทำแบบฝึกหัด ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยสร้างสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นได้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ การใช้เวลาร่วมกัน การทำแบบฝึกหัดร่วมกับลูกน้อย คือเวลาที่ลูกต้องการความช่วยเหลือและกำลังใจจากพ่อแม่ จึงนับเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างสายสัมพันธ์ และสร้างความมั่นคงจนเด็กสามารถอยู่นิ่ง ๆ และทำการบ้านหรือแบบฝึกหัดจนแล้วเสร็จได้ เวลาในการสังเกต เมื่อเด็กเข้าโรงเรียนย่อมเป็นช่วงเวลาที่ห่างสายตาจากพ่อแม่เป็นเวลานาน ๆ พ่อแม่ที่ห่วงและกังวลควรใช้เวลาในการทำแบบฝึกหัดอนุบาลร่วมกันนี้ในการสังเกตพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของลูก อาจลองตั้งคำถามความเห็นของลูกที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน เพื่อสังเกตว่าลูกมีความรู้สึกที่ดีต่อโรงเรียน เพื่อนฝูง หรือบรรดาครู ๆ หรือไม่ พัฒนาการของลูกโดดเด่นทางด้านใดบ้าง หรือมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ การให้กำลังใจ นอกเหนือจากการใช้เวลาร่วมกันแล้ว หากเด็กอนุบาลเกิดความไม่มั่นใจในการทำแบบฝึกหัด ผู้ปกครองก็ต้องใจเย็น ห้ามใช้คำพูดในเชิงตำหนิกับลูก แต่ควรใช้วิธีให้กำลังใจแทน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูก และทำให้ลูกมีความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น การฝึกวินัยในเด็ก พ่อแม่ส่วนมากมักมีหน้าที่การงานและอาชีพในการหาเลี้ยงชีพกันทุกคน บางคนจึงยากที่จะหาเวลามานั่งทำแบบฝึกหัดอนุบาลไปพร้อม ๆ กับลูก ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่ดีคือการกำหนดเวลาที่แน่นอน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้พ่อแม่มีความสะดวกมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังเรื่องวินัยการรักษาเวลาให้กับลูกได้อีกด้วย สร้างอารมณ์ทางบวกเวลาเด็กเครียด การทำแบบฝึกหัดที่ยาก ๆ หรือเป็นหัวข้อที่เด็กไม่ถนัดอาจสร้างความเครียดให้เด็กได้ง่าย ๆ พ่อแม่จึงควรสร้างอารมณ์ทางบวกให้เด็กด้วยการชมเชยทุกครั้งที่เด็กทำถูกต้อง หรืออาจลองดึงให้เด็ก ๆ ทำข้อที่ง่ายให้เสร็จก่อนเพื่อมีกำลังใจ การแบ่งเวลาเพื่อทำแบบฝึกหัดอนุบาลร่วมกับเด็ก […]

Read more

ความจำเป็นของหนังสือนิทานเด็กกับเด็กยุคใหม่

ในยุคปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่พัฒนาอย่างกว้างไกลและรวดเร็ว ส่งผลให้เด็กยุคใหม่ห่างไกลจากหนังสือนิทานกันมากขึ้นทุกวัน เด็ก ๆ หลายคนรู้จักวิธีการใช้โทรศัพท์มือถือก่อนการขีดเขียนตัวหนังสือเสียอีก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วหนังสือนิทานเด็กยังคงมีความสำคัญกับเด็กยุคใหม่ไม่น้อยกว่าในอดีตเลยแม้แต่น้อย เพราะประโยชน์ของหนังสือนิทานที่มากมายดังต่อไปนี้ ฝึกให้เด็กมีสมาธิที่แน่วแน่ สิ่งที่หนังสือแตกต่างจากอุปกรณ์ไอทีคือการที่เด็กจะต้องค่อย ๆ เปิดอ่านไปทีละหน้า และไล่ทำความเข้าใจกับตัวอักษรแต่ละบรรทัด จะช่วยสร้างสมาธิและความแน่วแน่ให้กับการใช้อุปกรณ์ไอที ที่เด็กสามารถเลื่อนผ่านได้ทันทีด้วยปลายนิ้ว ซึ่งก็มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่าการให้เด็กรู้จักใช้อุปกรณ์ไอทีตั้งแต่เด็กนั้น จะส่งผลให้เด็กกลายเป็นโรคสมาธิสั้นได้ การกระตุ้นให้เด็กเกิดจินตนาการและเข้าใจวัฒนธรรม หนังสือเสริมพัฒนาการเด็กประเภทนิทานนับเป็นประเภทของหนังสือที่มีมานานแล้ว จึงมีเรื่องราวทั้งเก่าและใหม่มาเล่าและถ่ายทอดให้เด็กอ่าน ซึ่งเรื่องราวต่าง ๆ ในหนังสือนิทานจะช่วยให้เด็กเกิดจินตนาการคิดตาม และยังส่งเสริมให้เด็กเข้าใจวัฒนธรรมประเพณีในอดีตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย การอ่านนิทานให้เด็กฟังยังช่วยให้เด็กเข้าใจในวิถีชีวิตที่แตกต่างของแต่ละพื้นที่ได้ การพัฒนาความคิดวิเคราะห์ การอ่านหนังสือนิทานเด็กนั้นจะช่วยให้เด็กรู้จักอารมณ์ วิถีการกระทำของตัวละครในนิทาน รวมถึงผลลัพธ์แห่งการกระทำนั้น ซึ่งจะช่วยให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ทำความเข้าใจ และสร้างโอกาสในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ดีมากขึ้น โดยเด็กแต่ละคนอาจมีความเห็นหรือความรู้สึกต่อตัวละครในนิทานที่แตกต่างกันไป ผู้ใหญ่ไม่ควรปฏิเสธหรือห้ามปราม แต่ควรแนะนำอย่างสร้างสรรค์แทน การส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา การใช้หนังสือนิทานเด็กสําหรับปฐมวัยมาให้เด็กใช้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านด้วยตนเองหรือการอ่านให้ฟังโดยผู้ปกครองนั้น จะช่วยให้เด็กได้ฝึกการใช้ภาษาอย่างเหมาะสม เด็ก ๆ จะสามารถเรียนรู้และเข้าใจความหมายในประโยคต่าง ๆ ของหนังสือนิทานได้ ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานการใช้ภาษาที่ดีของเด็ก ๆ ต่อไปในอนาคต จึงอาจกล่าวได้ว่าแม้ว่าเทคโนโลยีด้านอุปกรณ์สื่อสารจะได้รับการพัฒนาไปไกลเพียงใด หนังสือนิทานเด็กก็ยังคงมีความสำคัญกับพัฒนาการของเด็กอยู่มาก การฝึกให้เด็กรู้จักอ่านหนังสือนิทานจะช่วยสร้างสมาธิและความแน่วแน่ให้เด็กได้ดี เป็นการสอนให้เด็กรู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้สัมผัส ได้มองเห็นภาพประกอบด้วยตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการสร้างสมาธิที่ดีมากกว่าภาพและแสงสว่างที่มากเกินไปของอุปกรณ์ไอทีเป็นอย่างมาก

Read more

คณิตศาสตร์ในหนังสือเด็กกับพัฒนาการด้านความคิด

วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาพื้นฐานที่ต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็กอายุยังน้อย เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจและรู้จักคิดวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง เตรียมความพร้อมสำหรับโจทย์ทางคณิตศาสตร์ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นได้ดี ซึ่งความรู้ความเข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์เหล่านี้สามารถสร้างเสริมได้ด้วยหนังสือเด็กที่เหมาะสม ซึ่งการเลือกหนังสือสำหรับเด็กเพื่อเสริมสร้างความรู้ทางคณิตศาสตร์นั้นมีดังต่อไปนี้ การสอนให้เด็กรู้จักตัวเลขแต่ละตัว การเรียนรู้ตัวเลขแต่ละตัวตั้งแต่หลักหน่วย ไปจนถึงหลักสิบ หลักร้อย และหลักอื่น ๆ นับว่าเป็นพื้นฐานที่เด็ก ๆ ทุกคนจะต้องรู้ ดังนั้นหนังสือสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กจำเป็นต้องสอนเนื้อหาต่าง ๆ เหล่านี้อย่างชัดเจน ยิ่งเป็นเนื้อหาที่มีภาพประกอบให้เด็กเข้าใจได้ง่าย ก็ยิ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก การสอนให้เด็กเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลขกับสิ่งรอบตัว การเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็นอีกประการหนึ่งคือการที่เด็ก ๆ เข้าใจว่าคณิตศาสตร์นั้นมีความจำเป็นต้องชีวิตประจำวันของเขาอย่างไร หนังสือแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์เด็กที่ดีจึงต้องสอนให้เด็กเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย อาจเป็นรูปภาพประกอบให้เด็กฝึกนับ หรือการฝึกให้เด็กรู้จักเชื่อมโยงตัวเลขกับจำนวนนับที่ถูกต้อง มีแบบฝึกหัดเพื่อย้ำให้คิดวิเคราะห์ นอกจากรายละเอียดเพื่อการเรียนรู้แล้ว ภายในหนังสือเด็กสำหรับสอนคณิตศาสตร์ยังควรมีแบบฝึกหัดอย่างง่าย ให้เด็ก ๆ เอาไว้ใช้ทบทวนความเข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์ว่าถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าเด็กตอบผิดก็ห้ามตำหนิ แต่ควรให้กำลังใจและแก้ไขด้วยการสร้างความเข้าใจให้กับเด็กแทน การสอดแทรกเกร็ดที่น่าสนใจของวิชาคณิตศาสตร์ เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์นั้นไม่จำเป็นต้องมีแต่ตัวเลข หรือการคิดคำนวณเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถสอดแทรกเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างชีวประวัตินักคณิตศาสตร์คนสำคัญ หรือนิทานประกอบสอนถึงความสำคัญของคณิตศาสตร์และตัวเลข ซึ่งเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะช่วยให้เด็กไม่เบื่อ หรือรู้สึกหนักกับการคิดวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์มากจนเกินไปนัก กระตุ้นให้เด็กรู้สึกชอบวิชาคณิตศาสตร์ เนื้อหาทางวิชาการทางคณิตศาสตร์มักเต็มไปด้วยตัวเลขและเครื่องหมายสำหรับการคิดคำนวณ ซึ่งหากหนังสือเรียนสำหรับเด็กมีแต่เนื้อหาในลักษณะนี้เพียงอย่างเดียวย่อมสร้างความเบื่อหน่ายให้กับเด็ก จึงควรพิจารณาหนังสือที่มีเนื้อหาน่าสนใจ อย่างบทเพลงง่าย […]

Read more

วิธีเล่นการ์ดทายคำในแบบฝึกหัดอนุบาลเพื่อสร้างไหวพริบ

แบบฝึกหัดอนุบาลนับเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และสร้างไหวพริบให้กับสมอง ซึ่งโดยมากรายละเอียดภายในแบบฝึกหัดจะเต็มไปด้วยบททดสอบ หรือเกมฝึกสมองให้เด็ก ๆ ได้ลองทำอย่างการเล่นการ์ดทายคำก็นับว่าเป็นรายละเอียดที่ใช้แบบฝึกหัดสำหรับเด็กอนุบาลอยู่บ่อยครั้ง เพราะสามารถสร้างไหวพริบและพัฒนาการที่ดีให้กับเด็กได้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ฝึกการเรียนรู้ได้โดยไม่เครียด การใช้การ์ดทายคำเป็นการฝึกให้เด็กรู้จักคิดและวิเคราะห์ด้วยการเปิดการ์ดประกอบคำถาม ซึ่งจะช่วยให้เด็กสามารถเข้าใจคำถามได้ง่ายมากขึ้น ช่วยให้เด็กมีความตั้งใจที่จะคิดวิเคราะห์จนกว่าจะแก้โจทย์คำถามได้ การใช้ความคิดคล่องแคล่วรวดเร็วมากขึ้น การใช้การ์ดหรือเกมทายคำง่าย ๆ จะช่วยให้เด็กรู้จักสร้างไหวพริบขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ ซึ่งเมื่อฝึกอย่างสม่ำเสมอก็จะยิ่งสร้างไหวพริบและความรวดเร็วในการคิดวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างความสนุกสนานให้เด็ก การทำแบบฝึกหัดสำหรับเด็กเล็กหลายคนดูเป็นเรื่องยาก เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่การรวบรวมสมาธิยังทำได้ยาก การให้เด็กทำแบบฝึกหัดอนุบาลในรูปแบบของการ์ดทายคำ หรือเกมอื่น ๆ จะช่วยให้เด็กรู้สึกสนุกสนานและตั้งใจทำแบบฝึกหัดมากขึ้น ช่วยให้การฝึกฝนไหวพริบในเด็กกลายเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น สร้างไหวพริบและเชาวน์ปัญญา สมองของเด็กเล็กยังมีเซลล์ที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่อยู่มากมาย ซึ่งเซลล์สมองเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นอย่างเหมาะสม เพื่อให้สมองเกิดการขยายตัวและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นการให้เด็กเล่นเกมการ์ดทายคำในแบบฝึกหัดสำหรับเด็กอนุบาลจึงเป็นการกระตุ้นให้สมองได้ทำงาน เพิ่มไหวพริบและเชาวน์ปัญญาให้ดีมากขึ้นสมวัย เสริมความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การฝึกให้เด็กรับมือกับคำถามง่าย ๆ ด้วยการ์ดทายคำหรือแบบฝึกหัดอนุบาล คณิตศาสตร์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เด็กพัฒนาความคิดด้านการวิเคราะห์ และวางแผนได้ดีมากขึ้น ส่งผลให้เด็กสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้ดีมากขึ้น ด้วยประโยชน์ต่าง ๆ มากมายเหล่านี้ จึงทำให้การทำแบบฝึกหัดอนุบาลมีความจำเป็นต่อเด็กอนุบาลทุกคน ซึ่งนอกจากครูจะติดตามดูแลการทำแบบฝึกหัดของเด็กอย่างใกล้ชิดแล้ว ผู้ปกครองยังควรใช้เวลาร่วมกับเด็กในการทำแบบฝึกหัดอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อเฝ้าติดตามพัฒนาการของเด็กอย่างใกล้ชิด อันจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมหรือเลือกรูปแบบของเกมที่เหมาะกับเด็กแต่ละคนได้ดีขึ้น และยังเป็นการช่วยแก้ไขข้อบกพร่องหรือสิ่งที่เด็กยังไม่ชำนาญหรือผิดพลาดบ่อยได้อย่างตรงประเด็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการสร้างไหวพริบและพัฒนาการของเด็กเป็นอย่างมาก

Read more

โปสเตอร์เพื่อการศึกษาใช้สร้างความจำได้อย่างไร

โปสเตอร์เพื่อการศึกษาคือวิธีการสร้างเสริมความรู้ให้กับเด็กที่สามารถนำมาใช้ได้ในทุกช่วงวัย ซึ่งประโยชน์ของโปสเตอร์ประเภทนี้คือช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ พร้อมกับจดจำสิ่งที่ต้องเรียนรู้ได้ดี ซึ่งเหตุผลที่ทำให้โปสเตอร์ประเภทนี้กระตุ้นการจดจำของเด็กได้ดีนั้นมีดังต่อไปนี้ การถ่ายทอดเรื่องราวด้วยรูปภาพ การใช้รูปภาพในโปสเตอร์เพื่อการศึกษา นอกจากจะกระตุ้นความสนใจให้เด็กได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยให้เด็ก ๆ จดจำสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะภาพประกอบที่เป็นเรื่องราวที่เด็กชื่นชอบหรือมีสีสันที่สวยงาม เพราะสีสันที่สวยงามจะกระตุ้นให้สมองเกิดความจดจำได้ชัดเจนมากขึ้น อย่างสีแดงหรือสีที่เห็นได้ชัดมักถูกนำมาประกอบและใช้สำหรับเนื้อหาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ เป็นต้น การสร้างความเชื่อมโยงในการจดจำ โปสเตอร์เพื่อการศึกษามักสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงระหว่างกัน เพื่อถ่ายทอดให้เด็กจดจำได้ง่ายมากขึ้น อย่างภาพตัวอักษรคู่กับรูปสัตว์หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวอักษร หรืออาจเป็นตัวเลขคู่กับรูปสิ่งของตามจำนวนเลข ซึ่งการสื่อสารด้วยเรื่องราวที่เชื่อมโยงด้วยกันเช่นนี้จะส่งผลให้เด็กสามารถจดจำเรื่องราวที่สอนได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น การสร้างความจดจำได้ตลอดเวลา โดยมากโปสเตอร์เพื่อการศึกษามักมีการติดในตำแหน่งที่เด็กสามารถสังเกตเห็นได้ตลอดเวลา ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเตือนให้เด็ก ๆ จดจำในสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้วอยู่สม่ำเสมอ จึงทำให้เด็กสามารถจดจำเรื่องราวที่สอนไปได้ดีมากขึ้น การทบทวนความจำ การใช้โปสเตอร์สำหรับการศึกษาจะช่วยให้เด็กได้มีเวลาทบทวนเพื่อทำความเข้าใจและสร้างการจดจำในเนื้อหาที่เรียนรู้ได้อย่างสม่ำเสมอและตลอดเวลา โปสเตอร์บางประเภทยังเป็นเหมือนเกมให้เด็กได้เล่น ซึ่งก็เปรียบกับการได้ทบทวนเรื่องราวที่เรียนรู้ได้ทุก ๆ วัน เกิดเป็นการจดจำที่มีประสิทธิภาพ การกระตุ้นและทดสอบความทรงจำ เพื่อให้แน่ใจว่าเรื่องราวที่ต้องการจดจำนั้นถูกต้อง อาจลองนำโปสเตอร์สื่อการสอนมาใช้ โดยตั้งคำถามกระตุ้น และทดสอบให้แน่ใจว่าสิ่งที่เด็ก ๆ จดจำนั้นถูกต้อง ผู้ปกครองอาจปิดเนื้อหาบนโปสเตอร์ส่วนที่ต้องการทดสอบเพื่อถามว่าเด็ก ๆ สามารถจดจำรายละเอียดนั้น ๆ ได้หรือไม่ การสร้างความจดจำนอกจากจะช่วยให้เด็กมีความพร้อมรับความรู้ต่าง ๆ ที่มีแต่จะเพิ่มพูนมากขึ้นตามวัยแล้ว ยังนับเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยกระตุ้นให้เด็ก ๆ เกิดความจดจำได้ง่าย และแม่นยำมากขึ้น […]

Read more

ความสำคัญของหนังสือนิทานเด็กกับพัฒนาการ

ความสำคัญของ หนังสือนิทานเด็ก กับพัฒนาการ วัยเด็กเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ และสร้างเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็ก ผู้ปกครองจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่หลากหลายมาสร้างเสริมพัฒนาการให้กับลูก ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือที่ผู้ปกครองนิยมนำมาใช้นั้นก็คือ หนังสือนิทานเด็ก นั่นเอง ซึ่งสิ่งที่ทำให้หนังสือนิทานกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กนั้นมีดังต่อไปนี้ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ เรื่องราวในนิทานมักเต็มไปด้วยสีสันและเนื้อหาที่สร้างการเรียนรู้และจินตนาการให้กับเด็ก ดังนั้นเมื่ออ่านหนังสือนิทานให้เด็กฟังก็จะทำให้เด็กได้คิดตาม เกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ ทั้งยังเป็นการฝึกสมองของเด็กให้มีพัฒนาการตามไปด้วย เสริมสร้างความเชื่อมั่น ในระหว่างที่ผู้ปกครองกำลังอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ก็มักเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใหญ่ได้ใช้เวลาอยู่กับเด็กได้อย่างเต็มที่ จึงช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี ยิ่งการปล่อยให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น หรือท่าทางต่าง ๆ ในระหว่างการอ่าน หนังสือนิทานเด็ก เสริมพัฒนาการ ก็จะยิ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการแสดงออกของเด็กให้เพิ่มมากขึ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย พัฒนาการทางสังคม เรื่องราวใน หนังสือนิทานเด็ก มักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน หรือเรื่องราวที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในสังคม ดังนั้นการอ่านหนังสือนิทานก็จะช่วยให้เด็กรู้จักและเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคม เรียนรู้ว่าเรื่องใดเป็นสิ่งที่ควรทำและเรื่องใดเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำได้ดี พัฒนาด้านการจดจำ การอ่านหนังสือนิทานสําหรับปฐมวัยในเด็กเล็กนั้น เด็ก ๆ มักยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ให้พ่อแม่ได้รู้ว่าเด็กชอบหรือไม่ชอบเนื้อหาในหนังสือ แต่เด็กก็จะสามารถรับรู้เรื่องราวที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองอ่านให้ฟังได้ ซึ่งจะสามารถสังเกตได้ในกรณีที่เด็กโตขึ้น จะเริ่มมีการเลือกประเภทหนังสือที่ชอบให้อ่าน หรือรู้สึกสนุกร่วมทุกครั้งที่ผู้ปกครองอ่านให้ฟัง อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าเด็กรู้จักจดจำสิ่งที่ผู้ใหญ่อ่านให้ฟังได้เป็นอย่างดี พัฒนาเซลล์สมอง การอ่านหนังสือนิทานช่วยส่งเสริมให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ ซึ่งนอกจากนิทานที่เป็นตัวอักษรแล้ว ผู้ปกครองอาจใช้หนังสือนิทานภาพมาให้เด็กได้อ่านและเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ผ่านภาพประกอบ ซึ่งการกระตุ้นให้สมองของเด็กได้ทำงานจะช่วยให้เซลล์สมองของเด็กที่กำลังตื่นตัวเหล่านี้สามารถขยายตัวได้อย่างเต็มที่ […]

Read more

ทำไมเด็กถึงต้องลากเส้นระบายสี

ฝึกลากเส้นระบายสีในแบบฝึกหัดอนุบาล มีผลดีอย่างไร             ในช่วงวัยเด็กเป็นปฐมวัยแห่งการเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมอง มือ แขน หรือขาที่เด็กจะต้องค่อย ๆ เรียนรู้จนสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างเต็มที่และเป็นธรรมชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยวิธีการต่าง ๆ เข้ามาใช้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการหัดขีดเขียนตัวหนังสือ หรือแม้แต่การฝึกลากเส้นระบายสีในแบบฝึกหัดอนุบาล สิ่งเหล่านี้ดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับผู้ใหญ่ แต่มีความสำคัญมากในเด็กเล็ก เพราะการฝึกลากเส้นระบายสีจะช่วยก่อให้เกิดผลดีในเด็กได้ดังนี้ ฝึกการใช้นิ้วมือและมือ เนื่องจากในวัยเด็กกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ยังไม่สามารถใช้งานได้คล่องแคล่วมากนัก การฝึกลากเส้นระบายสีจึงช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะจับดินสอหรือสีได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการทำงานที่ประสานกันระหว่างแขนและมือในการขีดเส้นลวดลายรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย ฝึกการมองและการสังเกต ในแบบฝึกหัดอนุบาลมักมีเส้นประหรือรูปตัวอย่างเพื่อให้เด็กใช้สังเกตในการลากเส้นระบายสีแต่ละครั้ง ดังนั้นการฝึกเด็กด้วยวิธีการดังกล่าวจึงช่วยให้เด็กรู้จักสังเกต และยังเป็นการพัฒนาการทำงานให้สัมพันธ์กันระหว่างมือและสายตาอีกด้วย ฝึกการใช้สมาธิ การฝึกเด็กให้มีสมาธิจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนับเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่ถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าต่าง ๆ ได้ง่าย ซึ่งการเตรียมแบบฝึกต่าง ๆ ให้เด็กลองทำอย่างการลากเส้นระบายสีก็จะช่วยดึงดูดความสนใจให้เด็ก ๆ ได้ดี และยังไม่ยากเกินไปที่จะทำให้เด็กไม่สามารถทำได้ เด็ก ๆ จึงรู้สึกสนุกที่จะทำตาม จนเกิดเป็นสมาธิในการทำงาน ฝึกการแสดงอารมณ์ การใช้สีในการวาดเส้นนับเป็นวิธีหนึ่งในการสื่อสารอารมณ์ของเด็กได้ดี เด็กที่ขี้หงุดหงิดมักมีลายเส้นที่วุ่นวาย ลงสีหนัก หรือใช้สีโทนร้อนแรงเป็นหลัก ซึ่งหากผู้ใหญ่อยู่ใกล้ในระหว่างที่เด็กฝึกวาดเส้นระบายสีก็จะช่วยให้ผู้ใหญ่เข้าใจในวุฒิภาวะอารมณ์ของเด็กได้ดีมากขึ้น ส่งผลให้เตรียมการแก้ไขหรือดูแลเด็ก ๆ ให้ดีมากขึ้นได้ […]

Read more

การต่อจิ๊กซอรว์ มีข้อดีอะไรบ้าง

 จิ๊กซอว์ (ภาพต่อ) ส่งเสริมต่อพัฒนาการของเด็กด้านใด ของเล่นชิ้นเล็กๆ ราคาไม่แพง แต่มีคุณค่ามหาศาลสำหรับเด็กนั้นคือ Jigsaw Puzzle มาดูสิว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง          ฝึกการใช้งานอวัยวะส่วนตาและมือให้สัมพันธ์กัน เพราะการต่อจิ๊กซอว์ให้ถูกต้องนั้น เด็ก ๆ จะต้องใช้ทั้งประสาทส่วนตาในการตีความหมายของตัวจิ๊กซอว์ จากนั้นจึงนำมาต่อเรียงกันในตำแหน่งที่ถูกต้องด้วยมือ ดังนั้นการนำโปสเตอร์แบบจิ๊กซอว์มาใช้ที่อาจใช้ตัวเลขเชื่อมโยงกับรูปภาพในการต่อชิ้นส่วนก็จะช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้วิธีเล่นไปพร้อม ๆ กับการฝึกฝนการใช้อวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ ฝึกความอดทน สร้างความพยายาม การต่อจิ๊กซอว์ในช่วงแรกอาจเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กบางคน ผู้ปกครองควรใจเย็นและคอยให้กำลังใจกับเด็ก เพื่อให้เด็กเกิดความอดทนและมุมานะทำจนสำเร็จ ซึ่งหากทำได้อย่างสม่ำเสมอแล้วก็จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะอดทนทำงานจนประสบความสำเร็จได้ดี ฝึกพัฒนาความคิดแบบตรรกะ เพราะรูปจิ๊กซอว์นั้นมักมีความเชื่อมโยงกัน อย่างจิ๊กซอว์ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เด็กจะต้องนำตัวอักษรไปวางคู่กับคำที่เกี่ยวข้อง ก็จะช่วยให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นเหตุเป็นผลต่อกันได้ เป็นการปูพื้นฐานไปสู่แนวคิดที่ยากหรือซับซ้อนมากขึ้นต่อไป ฝึกพัฒนาความจำ แบบจิ๊กซอว์เพื่อการศึกษาจะช่วยให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบได้แล้ว เครื่องมือนี้ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านความจำให้ดีมากขึ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย กระตุ้นให้เด็กจดจำสิ่งต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กันไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ คำศัพท์ หรือตัวอักษรที่เกี่ยวข้อง ฝึกพัฒนาการด้านการแก้ปัญหา แม้ว่าจะต่อ Puzzle ได้ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ตาม เด็กทุกคนต้องใช้ทักษะการคิดเพื่อแก้ปัญหาในการวาง Puzzle ให้ลงในช่อง แต่ชัดเจนที่สุดคือ หากต่อไม่สำเร็จจะไม่เห็นเป็นภาพที่ถูกต้อง ฝึกพัฒนาการด้านอารมณ์ […]

Read more

วิธีการฝึกภาษาที่สองให้ลูก

ในปัจจุบันการเรียนรู้ด้านภาษานับว่ามีความสำคัญมาก เพราะสังคมโลกเปิดกว้างมากขึ้น เครือข่ายการติดต่อที่รวดเร็วส่งผลให้การติดต่อสื่อสารกับผู้ที่อยู่ไกลถึงต่างประเทศกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น การส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ภาษาตั้งแต่ยังเล็ก โดยเฉพาะภาษาที่สองอย่างภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนที่ต้องมีการฝึกฝนและพัฒนาอยู่เสมอ ซึ่งหนังสือเรียนอนุบาลก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการฝึกภาษาให้กับเด็กด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 1. ฝึกการเขียนตัวอักษร ในหนังสือเรียนอนุบาล สำหรับเด็กอนุบาลจะมีการสอนตั้งแต่วิธีการเขียนตัวอักษรของภาษาที่สองอย่างถูกต้อง เพราะวิธีการเขียนตัวอักษรที่ถูกต้องจะช่วยให้เด็กเรียนรู้การใช้ภาษาที่สองได้อย่างถูกต้องมากขึ้น 2. ฝึกคำศัพท์ การเรียนรู้ภาษาที่สองนั้นก็คล้ายคลึงกับการเรียนรู้ภาษาไทย คือต้องเข้าใจในคำศัพท์แต่ละคำให้ดีเสียก่อนในช่วงเริ่มต้น ซึ่งเด็กในวัยอนุบาลเป็นวัยที่กำลังกระตือรือร้นต่อการเรียนรู้ จึงง่ายต่อการกระตุ้นให้เข้าสนใจเรียนรู้คำศัพท์ โดยเฉพาะในหนังสือเรียน หรือ หนังสือพจนานุกรมภาพที่มักเน้นการสื่อสารด้วยรูปภาพ ก็ยิ่งส่งเสริมให้เด็ก ๆ เข้าใจคำศัพท์แต่ละคำได้ง่ายและรวดเร็ว 3. ฝึกและกระตุ้นให้รู้จักคิด นอกจากการสอนให้เรียนรู้แล้ว ภายในหนังสือเรียนอนุบาลยังมักมีแบบฝึกหัดให้เด็กรู้จักคิดและวิเคราะห์แนบท้ายแบบเรียนเอาไว้ด้วย ซึ่งหากผู้ปกครองว่างควรลองทำแบบฝึกหัดร่วมกับเด็กเพื่อเปิดโอกาสให้เฝ้าสังเกตได้ว่าเด็กยังมีข้อบกพร่องหรือความไม่แน่ใจในโจทย์ข้อใด เพื่อทำการแก้ไขและพัฒนาด้านภาษาที่สองของเด็กต่อได้อย่างถูกต้อง 4. สร้างความสนใจในภาษาที่สอง แบบเรียนอนุบาลสำหรับภาษาที่สองมักมีเกมง่าย ๆ หรือรูปภาพที่สนุกสนานเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจในภาษาที่สอง เกมที่มักพบเห็นอาจเป็นการเชื่อมโยงคำศัพท์ การสะกดตัวอักษร หรือฝึกเขียนคำศัพท์ที่ถูกต้อง ซึ่งการทำแบบฝึกให้น่าสนใจด้วยเกมง่าย ๆ หรือรูปภาพจะเป็นการกระตุ้นให้เด็กสนุกและไม่กังวลที่จะเรียนรู้ภาษาที่สองอีกต่อไป 5. ฝึกการออกเสียง สิ่งที่ยากในการสอนภาษาที่สองให้กับเด็กอนุบาลคือการออกเสียงที่ถูกต้อง ซึ่งผู้ใหญ่ควรให้ความร่วมมือกับเด็กในระหว่างการฝึกออกเสียงด้วย เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็ก และคอยแก้ไขในเวลาที่เด็กผิดพลาดนั่นเอง การให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาที่สองด้วยหนังสือเรียนอนุบาลจึงมีความสำคัญมาก เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในภาษาที่สองได้ตั้งแต่เริ่มแรก และยังช่วยให้เด็กได้ฝึกฝน ทดสอบทักษะในภาษาที่สองของตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อได้ทำร่วมกับผู้ปกครอง ทั้งยังเป็นการใช้เวลาว่างเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเด็ก ๆ ได้อีกด้วย

Read more
X