Parent’s Blog

เด็กเล็กติดมือถือ เสี่ยงเป็นโรคไฮเปอร์เทียม

ด้วยภาพและแสงที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วในหน้าจอมือถือ มีผลต่อประสาทการรับรู้ของเด็กวัยต่ำกว่า 3 ปีโดยตรง เพราะทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมด และเด็กจะยังไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ สมาธิของเขาจะหลุดตลอด ด้วยภาพที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา อยู่กับอะไรนานๆไม่ได้ พอรู้สึกเบื่อนิดเดียวก็เอานิ้วสัมผัสเปลี่ยนแล้ว แบบนี้จะส่งผลให้เกิดโรคไฮเปอร์เทียม คือ ไร้สมาธิ ปฏิสัมพันธ์น้อยลง ฉุนเฉียวง่าย เข้าสังคมไม่เก่ง ทางแก้ก็ง่ายที่แบบที่ทุกคนเข้าใจ คือใหเลิกเล่นมือถือ แต่พอเอาเข้าจริง มันยากที่จะทำ เพราะเมื่อเด็กติดไปแล้วพอไม่ได้เหมือนเดิมก็จะร้องโวยวาย ทางที่จะให้มันเป็นไปอย่างนุ่มนวลคือ ค่อยๆลดเวลาการเล่นมือถือของเขาลง และหากิจกรรมอย่างอื่นมาทดแทนและต้องทำให้ดูว่าของใหม่นั้นมันน่าสนใจมากกว่านั่งจิ้มที่จอ ชื่นชมเขา ให้เขารู้สึกมีความสุขมากกว่าเดิม พอออกไปข่างนอก เล่นกีฬา หากิจกรรมกลางแจ้ง ออกไปพบปะเพื่อนฝูง หรือแม้จะเป็นอ่านหนังสือร่วมกัน ก็เป็นวิธีที่นำพาเขาออกมาจากโลกจอสี่เหลี่ยมๆได้เป็นอย่างแยบยล

Read more

อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ไม่ต่างกับการรดน้ำต้นไม้

การอ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ลูกฟัง ช่างเหมือนกับการรดน้ำต้นไม้ ที่ตอนแรกทำไปแล้วจะไม่เห็นผลอะไรเลย แต่ถ้าไม่ทำ ก็จะไม่มีวันเห็นต้นกล้างอกออกมาจากในดิน ดังนั้นการอ่านหนังสือเริ่มทำได้ทันที ยิ่งเร็วยิ่งดีตั้งแต่แรกเกิดเลยก็ได้ ทำตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่รู้เรื่องนั่นแหละ เหมือนกับเรารดน้ำตั้งแต่เมล็ดยังไม่งอก เพราะทุกอย่างมันคือเสียงกระตุ้นให้เร่งการพัฒนาด้านการสื่อสาร การเล่าเรื่องมันมีจังหวะที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการเปิดให้ดูมือถือ เป็นการกระตุ้นแบบพอดีๆ ไม่มีการเปลี่ยนภาพที่กลับไปกลับมา สมองของเด็กสามารถเริ่มเชื่อมระหว่างภาพกับเนื้อหาเข้าด้วยกันอย่างช้าๆ จะออกมาสมบูรณ์อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด

Read more

วิธีหัดให้เด็กติดใจการอ่านหนังสือตั้งแต่เล็ก แบบวินวิน

Read more

เลี้ยงลูกยอมเหนื่อยแค่ 3 ปี ดีกว่าเหนื่อยไปตลอดชีวิต

แต่เดิมที่เราคิดว่าการเลี้ยงลูกในช่วงขวบปีแรก สมองและการสื่อสารของเด็กจะยังพัฒนาไม่เต็มที่ ยังรับรู้อะไรไม่ได้มาก ทั้งความเอาใจใส่ นิสัย หรือพฤติกรรม แต่งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Harvard บอกว่าสิ่งที่เราเชื่อนั้น มันผิดถนัด  เคยสังเกตกันไหมว่า นิสัยและพฤติกรรมบางอย่าง ที่พ่อแม่เห็นมาตั้งแต่เด็กและคิดว่ามันจะหายไปเองเมื่อโตขึ้น บางอย่างมันก็ไม่ได้หายไปแต่กลับติดตัวจนไปจนโต แก้ไม่ได้อีกแล้ว นั่นเพราะว่า สมองของเด็กจนถึง 3 ขวบนั้นถูกพัฒนาขึ้นมาถึง 80%  นั่นแหละคือช่วงเวลาที่เด็กจะซึมซับทุกอย่างเข้าไปและแสดงออกมาเป็นตัวตนของเขา จีงยากที่จะปรับเปลี่ยนตอนโต หรือถ้าจะแก้ก็ต้องใช้พลังกันแบบมหาศาล  นั่นทำให้พ่อแม่ส่วนใหญ่เลี้ยงลูกไปเหนื่อยไป ไม่มีวันจบสิ้นเพราะพื้นฐาน 3 ปีแรกถูกละเลย ความเชื่อที่ว่าเด็กยังเล็ก ยังไม่รู้เรื่อง นั่นจีงไม่จริงเท่าไหร่นักเพราะ สมอง ประสาทสัมผัสเติบโตเต็มที่แล้ว เขารับรู้ได้ผ่านทางความรู้สึก อารมณ์ แม้จะโต้ตอบกลับมาไม่ได้แต่เขาถูกหล่อหลอมตั้งแต่วันแรกที่เกิดออกมาเลย ที่มา https://developingchild.harvard.edu/science/key-concepts/brain-architecture/ จากกราฟจะแสดงให้เห็นว่า สมองเด็กในช่วงแรกนั้นมีความสามารถในการเรียนรู้สูงมาก แม้ว่าจะใช้พลังแค่น้อยนิด ต่างกับผู้ใหญ่ ที่จะยิ่งเปลี่ยนยากเมื่อโตขึ้น เราต้องใช้พลังเยอะขึ้น ถ้าจะเปลี่ยนแปลง ตามสำนวนของไทยที่ว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก” เป๊ะ นั่นหมายความว่า “ห้วงเวลาทองคำ” นั้นมีอยู่จริง การอ่านหนังสือเล่าเรื่องราวที่ดีให้เด็กฟัง เป็นวิธีที่ง่ายและเสียเวลาน้อยที่สุด เพื่อสร้างพื้นฐานในช่วงเวลานี้ ปล.ทีนี้ก็อยู่ที่คุณจะเลือกแล้วล่ะ […]

Read more

หนังสือเรียนอนุบาลกับความรู้รอบตัวที่จำเป็นกับเด็ก

เด็กเล็ก ๆ ในช่วงวัยอนุบาล นับเป็นช่วงแรกที่ต้องรู้จักการเข้าสังคม เพราะเป็นช่วงวัยที่พ่อแม่เริ่มส่งเข้าโรงเรียนหรือสถานอนุบาลเป็นครั้งแรก ถือเป็นการแยกห่างจากพ่อแม่เป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นครั้งแรก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีต่อเด็กในอนาคต ทั้งส่งผลดีต่อการเข้าสังคม และยังรวมถึงความรู้รอบตัวที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในอนาคต ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือที่ทางโรงเรียนและผู้ปกครองควรนำมาใช้เสริมสร้างความรู้รอบตัวให้กับเด็กนั้นก็คือหนังสือเรียนอนุบาลนั่นเอง โดยหนังสือเรียนสำหรับเด็กอนุบาลจะช่วยเพิ่มพูนความรู้รอบตัวที่จำเป็นต่อเด็กได้ดังนี้ ความรู้ด้านภาษาและการสื่อสาร ภาษาคือสิ่งสำคัญที่เด็กจะต้องใช้ในการสื่อสารกับผู้อื่น ซึ่งหนังสือเรียนอนุบาล ภาษาไทย สำหรับเด็กอนุบาลมักเริ่มตั้งแต่การสอนให้เด็กรู้จักตัวอักษรชนิดต่าง ๆ ทั้งการเขียน และการออกเสียงเรียกตัวอักษร ทำให้เด็กรู้จักใช้ตัวอักษรชนิดต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ความรู้ด้านตัวเลข การใช้ตัวเลขให้เป็นก็ถือเป็นความรู้รอบตัวสำคัญที่เด็ก ๆ จะต้องเรียนรู้ ในหนังสือเรียนสำหรับเด็กอนุบาลจึงมีการสอนให้เด็กรู้จักการนับเลข การเขียนตัวเลขชนิดต่าง ๆ รวมถึงการออกเสียงตัวเลขแต่ละตัวอย่างเหมาะสม ความรู้ในการเข้าสังคม เด็ก ๆ ในวัยอนุบาลอาจยังไม่เข้าใจมารยาทหรือภาวะทางอารมณ์ของคนรอบข้างมากนัก บางครั้งผู้ใหญ่จะพบว่าเด็กอนุบาลสามารถทะเลาะกันได้ด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย ซึ่งในหนังสือเรียนอนุบาลมักอธิบายเรื่องของอารมณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ในรูปของเรื่องเล่าหรือนิทานภาพ ที่จะช่วยให้เด็กมีความเข้าใจถึงภาวะอารมณ์ หรือสิ่งที่ดีและเหมาะสมที่จะปฏิบัติต่อคนรอบข้างได้ดีมากขึ้น ความรู้ด้านร่างกาย เด็กเล็กมักไม่สามารถเรียกชื่ออวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งหนังสือเรียนอนุบาลมักสอนให้เด็กเรียนรู้อวัยวะต่าง ๆ ด้วยรูปภาพหรือคำบรรยายที่เข้าใจได้ง่าย การที่เด็กสามารถบอกชื่อหรือรายละเอียดของอวัยวะได้อย่างถูกต้องจะช่วยให้ผู้ใหญ่สามารถทำความเข้าใจกับอาการเจ็บป่วยของเด็กได้ง่ายขึ้นด้วย ความรู้ด้านภาษาที่สอง นอกเหนือจากภาษาไทยที่เด็ก ๆ ใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันแล้ว การเรียนรู้ภาษาที่สองก็นับว่ามีความสำคัญมากในสังคมปัจจุบันที่การทำธุรกิจหรือติดต่อกับผู้คนต่าง […]

Read more

ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกสร้างได้ด้วยแบบฝึกหัดอนุบาล

เมื่อส่งลูกเข้าเรียนแม้ว่าจะเป็นชั้นเรียนใด ย่อมหลีกเลี่ยงการทำแบบฝึกหัดหรือการบ้านหลังเลิกเรียนไม่ได้ ยิ่งในเด็กเล็กการทำแบบฝึกหัดอนุบาลอาจเป็นเรื่องยาก เพราะเด็กยังไม่รู้จักการอยู่นิ่ง ๆ หรือตั้งสมาธิกับงานตรงหน้าได้ ผู้ปกครองจึงควรเข้ามาช่วยเด็กในการทำแบบฝึกหัด ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยสร้างสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นได้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ การใช้เวลาร่วมกัน การทำแบบฝึกหัดร่วมกับลูกน้อย คือเวลาที่ลูกต้องการความช่วยเหลือและกำลังใจจากพ่อแม่ จึงนับเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างสายสัมพันธ์ และสร้างความมั่นคงจนเด็กสามารถอยู่นิ่ง ๆ และทำการบ้านหรือแบบฝึกหัดจนแล้วเสร็จได้ เวลาในการสังเกต เมื่อเด็กเข้าโรงเรียนย่อมเป็นช่วงเวลาที่ห่างสายตาจากพ่อแม่เป็นเวลานาน ๆ พ่อแม่ที่ห่วงและกังวลควรใช้เวลาในการทำแบบฝึกหัดอนุบาลร่วมกันนี้ในการสังเกตพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของลูก อาจลองตั้งคำถามความเห็นของลูกที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน เพื่อสังเกตว่าลูกมีความรู้สึกที่ดีต่อโรงเรียน เพื่อนฝูง หรือบรรดาครู ๆ หรือไม่ พัฒนาการของลูกโดดเด่นทางด้านใดบ้าง หรือมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ การให้กำลังใจ นอกเหนือจากการใช้เวลาร่วมกันแล้ว หากเด็กอนุบาลเกิดความไม่มั่นใจในการทำแบบฝึกหัด ผู้ปกครองก็ต้องใจเย็น ห้ามใช้คำพูดในเชิงตำหนิกับลูก แต่ควรใช้วิธีให้กำลังใจแทน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูก และทำให้ลูกมีความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น การฝึกวินัยในเด็ก พ่อแม่ส่วนมากมักมีหน้าที่การงานและอาชีพในการหาเลี้ยงชีพกันทุกคน บางคนจึงยากที่จะหาเวลามานั่งทำแบบฝึกหัดอนุบาลไปพร้อม ๆ กับลูก ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่ดีคือการกำหนดเวลาที่แน่นอน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้พ่อแม่มีความสะดวกมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังเรื่องวินัยการรักษาเวลาให้กับลูกได้อีกด้วย สร้างอารมณ์ทางบวกเวลาเด็กเครียด การทำแบบฝึกหัดที่ยาก ๆ หรือเป็นหัวข้อที่เด็กไม่ถนัดอาจสร้างความเครียดให้เด็กได้ง่าย ๆ พ่อแม่จึงควรสร้างอารมณ์ทางบวกให้เด็กด้วยการชมเชยทุกครั้งที่เด็กทำถูกต้อง หรืออาจลองดึงให้เด็ก ๆ ทำข้อที่ง่ายให้เสร็จก่อนเพื่อมีกำลังใจ การแบ่งเวลาเพื่อทำแบบฝึกหัดอนุบาลร่วมกับเด็ก […]

Read more

ความจำเป็นของหนังสือนิทานเด็กกับเด็กยุคใหม่

ในยุคปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่พัฒนาอย่างกว้างไกลและรวดเร็ว ส่งผลให้เด็กยุคใหม่ห่างไกลจากหนังสือนิทานกันมากขึ้นทุกวัน เด็ก ๆ หลายคนรู้จักวิธีการใช้โทรศัพท์มือถือก่อนการขีดเขียนตัวหนังสือเสียอีก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วหนังสือนิทานเด็กยังคงมีความสำคัญกับเด็กยุคใหม่ไม่น้อยกว่าในอดีตเลยแม้แต่น้อย เพราะประโยชน์ของหนังสือนิทานที่มากมายดังต่อไปนี้ ฝึกให้เด็กมีสมาธิที่แน่วแน่ สิ่งที่หนังสือแตกต่างจากอุปกรณ์ไอทีคือการที่เด็กจะต้องค่อย ๆ เปิดอ่านไปทีละหน้า และไล่ทำความเข้าใจกับตัวอักษรแต่ละบรรทัด จะช่วยสร้างสมาธิและความแน่วแน่ให้กับการใช้อุปกรณ์ไอที ที่เด็กสามารถเลื่อนผ่านได้ทันทีด้วยปลายนิ้ว ซึ่งก็มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่าการให้เด็กรู้จักใช้อุปกรณ์ไอทีตั้งแต่เด็กนั้น จะส่งผลให้เด็กกลายเป็นโรคสมาธิสั้นได้ การกระตุ้นให้เด็กเกิดจินตนาการและเข้าใจวัฒนธรรม หนังสือเสริมพัฒนาการเด็กประเภทนิทานนับเป็นประเภทของหนังสือที่มีมานานแล้ว จึงมีเรื่องราวทั้งเก่าและใหม่มาเล่าและถ่ายทอดให้เด็กอ่าน ซึ่งเรื่องราวต่าง ๆ ในหนังสือนิทานจะช่วยให้เด็กเกิดจินตนาการคิดตาม และยังส่งเสริมให้เด็กเข้าใจวัฒนธรรมประเพณีในอดีตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย การอ่านนิทานให้เด็กฟังยังช่วยให้เด็กเข้าใจในวิถีชีวิตที่แตกต่างของแต่ละพื้นที่ได้ การพัฒนาความคิดวิเคราะห์ การอ่านหนังสือนิทานเด็กนั้นจะช่วยให้เด็กรู้จักอารมณ์ วิถีการกระทำของตัวละครในนิทาน รวมถึงผลลัพธ์แห่งการกระทำนั้น ซึ่งจะช่วยให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ทำความเข้าใจ และสร้างโอกาสในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ดีมากขึ้น โดยเด็กแต่ละคนอาจมีความเห็นหรือความรู้สึกต่อตัวละครในนิทานที่แตกต่างกันไป ผู้ใหญ่ไม่ควรปฏิเสธหรือห้ามปราม แต่ควรแนะนำอย่างสร้างสรรค์แทน การส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา การใช้หนังสือนิทานเด็กสําหรับปฐมวัยมาให้เด็กใช้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านด้วยตนเองหรือการอ่านให้ฟังโดยผู้ปกครองนั้น จะช่วยให้เด็กได้ฝึกการใช้ภาษาอย่างเหมาะสม เด็ก ๆ จะสามารถเรียนรู้และเข้าใจความหมายในประโยคต่าง ๆ ของหนังสือนิทานได้ ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานการใช้ภาษาที่ดีของเด็ก ๆ ต่อไปในอนาคต จึงอาจกล่าวได้ว่าแม้ว่าเทคโนโลยีด้านอุปกรณ์สื่อสารจะได้รับการพัฒนาไปไกลเพียงใด หนังสือนิทานเด็กก็ยังคงมีความสำคัญกับพัฒนาการของเด็กอยู่มาก การฝึกให้เด็กรู้จักอ่านหนังสือนิทานจะช่วยสร้างสมาธิและความแน่วแน่ให้เด็กได้ดี เป็นการสอนให้เด็กรู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้สัมผัส ได้มองเห็นภาพประกอบด้วยตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการสร้างสมาธิที่ดีมากกว่าภาพและแสงสว่างที่มากเกินไปของอุปกรณ์ไอทีเป็นอย่างมาก

Read more

คณิตศาสตร์ในหนังสือเด็กกับพัฒนาการด้านความคิด

วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาพื้นฐานที่ต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็กอายุยังน้อย เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจและรู้จักคิดวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง เตรียมความพร้อมสำหรับโจทย์ทางคณิตศาสตร์ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นได้ดี ซึ่งความรู้ความเข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์เหล่านี้สามารถสร้างเสริมได้ด้วยหนังสือเด็กที่เหมาะสม ซึ่งการเลือกหนังสือสำหรับเด็กเพื่อเสริมสร้างความรู้ทางคณิตศาสตร์นั้นมีดังต่อไปนี้ การสอนให้เด็กรู้จักตัวเลขแต่ละตัว การเรียนรู้ตัวเลขแต่ละตัวตั้งแต่หลักหน่วย ไปจนถึงหลักสิบ หลักร้อย และหลักอื่น ๆ นับว่าเป็นพื้นฐานที่เด็ก ๆ ทุกคนจะต้องรู้ ดังนั้นหนังสือสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กจำเป็นต้องสอนเนื้อหาต่าง ๆ เหล่านี้อย่างชัดเจน ยิ่งเป็นเนื้อหาที่มีภาพประกอบให้เด็กเข้าใจได้ง่าย ก็ยิ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก การสอนให้เด็กเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลขกับสิ่งรอบตัว การเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็นอีกประการหนึ่งคือการที่เด็ก ๆ เข้าใจว่าคณิตศาสตร์นั้นมีความจำเป็นต้องชีวิตประจำวันของเขาอย่างไร หนังสือแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์เด็กที่ดีจึงต้องสอนให้เด็กเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย อาจเป็นรูปภาพประกอบให้เด็กฝึกนับ หรือการฝึกให้เด็กรู้จักเชื่อมโยงตัวเลขกับจำนวนนับที่ถูกต้อง มีแบบฝึกหัดเพื่อย้ำให้คิดวิเคราะห์ นอกจากรายละเอียดเพื่อการเรียนรู้แล้ว ภายในหนังสือเด็กสำหรับสอนคณิตศาสตร์ยังควรมีแบบฝึกหัดอย่างง่าย ให้เด็ก ๆ เอาไว้ใช้ทบทวนความเข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์ว่าถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าเด็กตอบผิดก็ห้ามตำหนิ แต่ควรให้กำลังใจและแก้ไขด้วยการสร้างความเข้าใจให้กับเด็กแทน การสอดแทรกเกร็ดที่น่าสนใจของวิชาคณิตศาสตร์ เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์นั้นไม่จำเป็นต้องมีแต่ตัวเลข หรือการคิดคำนวณเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถสอดแทรกเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างชีวประวัตินักคณิตศาสตร์คนสำคัญ หรือนิทานประกอบสอนถึงความสำคัญของคณิตศาสตร์และตัวเลข ซึ่งเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะช่วยให้เด็กไม่เบื่อ หรือรู้สึกหนักกับการคิดวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์มากจนเกินไปนัก กระตุ้นให้เด็กรู้สึกชอบวิชาคณิตศาสตร์ เนื้อหาทางวิชาการทางคณิตศาสตร์มักเต็มไปด้วยตัวเลขและเครื่องหมายสำหรับการคิดคำนวณ ซึ่งหากหนังสือเรียนสำหรับเด็กมีแต่เนื้อหาในลักษณะนี้เพียงอย่างเดียวย่อมสร้างความเบื่อหน่ายให้กับเด็ก จึงควรพิจารณาหนังสือที่มีเนื้อหาน่าสนใจ อย่างบทเพลงง่าย […]

Read more

วิธีเล่นการ์ดทายคำในแบบฝึกหัดอนุบาลเพื่อสร้างไหวพริบ

แบบฝึกหัดอนุบาลนับเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และสร้างไหวพริบให้กับสมอง ซึ่งโดยมากรายละเอียดภายในแบบฝึกหัดจะเต็มไปด้วยบททดสอบ หรือเกมฝึกสมองให้เด็ก ๆ ได้ลองทำอย่างการเล่นการ์ดทายคำก็นับว่าเป็นรายละเอียดที่ใช้แบบฝึกหัดสำหรับเด็กอนุบาลอยู่บ่อยครั้ง เพราะสามารถสร้างไหวพริบและพัฒนาการที่ดีให้กับเด็กได้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ฝึกการเรียนรู้ได้โดยไม่เครียด การใช้การ์ดทายคำเป็นการฝึกให้เด็กรู้จักคิดและวิเคราะห์ด้วยการเปิดการ์ดประกอบคำถาม ซึ่งจะช่วยให้เด็กสามารถเข้าใจคำถามได้ง่ายมากขึ้น ช่วยให้เด็กมีความตั้งใจที่จะคิดวิเคราะห์จนกว่าจะแก้โจทย์คำถามได้ การใช้ความคิดคล่องแคล่วรวดเร็วมากขึ้น การใช้การ์ดหรือเกมทายคำง่าย ๆ จะช่วยให้เด็กรู้จักสร้างไหวพริบขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ ซึ่งเมื่อฝึกอย่างสม่ำเสมอก็จะยิ่งสร้างไหวพริบและความรวดเร็วในการคิดวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สร้างความสนุกสนานให้เด็ก การทำแบบฝึกหัดสำหรับเด็กเล็กหลายคนดูเป็นเรื่องยาก เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่การรวบรวมสมาธิยังทำได้ยาก การให้เด็กทำแบบฝึกหัดอนุบาลในรูปแบบของการ์ดทายคำ หรือเกมอื่น ๆ จะช่วยให้เด็กรู้สึกสนุกสนานและตั้งใจทำแบบฝึกหัดมากขึ้น ช่วยให้การฝึกฝนไหวพริบในเด็กกลายเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น สร้างไหวพริบและเชาวน์ปัญญา สมองของเด็กเล็กยังมีเซลล์ที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่อยู่มากมาย ซึ่งเซลล์สมองเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นอย่างเหมาะสม เพื่อให้สมองเกิดการขยายตัวและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นการให้เด็กเล่นเกมการ์ดทายคำในแบบฝึกหัดสำหรับเด็กอนุบาลจึงเป็นการกระตุ้นให้สมองได้ทำงาน เพิ่มไหวพริบและเชาวน์ปัญญาให้ดีมากขึ้นสมวัย เสริมความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การฝึกให้เด็กรับมือกับคำถามง่าย ๆ ด้วยการ์ดทายคำหรือแบบฝึกหัดอนุบาล คณิตศาสตร์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เด็กพัฒนาความคิดด้านการวิเคราะห์ และวางแผนได้ดีมากขึ้น ส่งผลให้เด็กสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้ดีมากขึ้น ด้วยประโยชน์ต่าง ๆ มากมายเหล่านี้ จึงทำให้การทำแบบฝึกหัดอนุบาลมีความจำเป็นต่อเด็กอนุบาลทุกคน ซึ่งนอกจากครูจะติดตามดูแลการทำแบบฝึกหัดของเด็กอย่างใกล้ชิดแล้ว ผู้ปกครองยังควรใช้เวลาร่วมกับเด็กในการทำแบบฝึกหัดอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อเฝ้าติดตามพัฒนาการของเด็กอย่างใกล้ชิด อันจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมหรือเลือกรูปแบบของเกมที่เหมาะกับเด็กแต่ละคนได้ดีขึ้น และยังเป็นการช่วยแก้ไขข้อบกพร่องหรือสิ่งที่เด็กยังไม่ชำนาญหรือผิดพลาดบ่อยได้อย่างตรงประเด็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการสร้างไหวพริบและพัฒนาการของเด็กเป็นอย่างมาก

Read more

โปสเตอร์เพื่อการศึกษาใช้สร้างความจำได้อย่างไร

โปสเตอร์เพื่อการศึกษาคือวิธีการสร้างเสริมความรู้ให้กับเด็กที่สามารถนำมาใช้ได้ในทุกช่วงวัย ซึ่งประโยชน์ของโปสเตอร์ประเภทนี้คือช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ พร้อมกับจดจำสิ่งที่ต้องเรียนรู้ได้ดี ซึ่งเหตุผลที่ทำให้โปสเตอร์ประเภทนี้กระตุ้นการจดจำของเด็กได้ดีนั้นมีดังต่อไปนี้ การถ่ายทอดเรื่องราวด้วยรูปภาพ การใช้รูปภาพในโปสเตอร์เพื่อการศึกษา นอกจากจะกระตุ้นความสนใจให้เด็กได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยให้เด็ก ๆ จดจำสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะภาพประกอบที่เป็นเรื่องราวที่เด็กชื่นชอบหรือมีสีสันที่สวยงาม เพราะสีสันที่สวยงามจะกระตุ้นให้สมองเกิดความจดจำได้ชัดเจนมากขึ้น อย่างสีแดงหรือสีที่เห็นได้ชัดมักถูกนำมาประกอบและใช้สำหรับเนื้อหาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ เป็นต้น การสร้างความเชื่อมโยงในการจดจำ โปสเตอร์เพื่อการศึกษามักสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงระหว่างกัน เพื่อถ่ายทอดให้เด็กจดจำได้ง่ายมากขึ้น อย่างภาพตัวอักษรคู่กับรูปสัตว์หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวอักษร หรืออาจเป็นตัวเลขคู่กับรูปสิ่งของตามจำนวนเลข ซึ่งการสื่อสารด้วยเรื่องราวที่เชื่อมโยงด้วยกันเช่นนี้จะส่งผลให้เด็กสามารถจดจำเรื่องราวที่สอนได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น การสร้างความจดจำได้ตลอดเวลา โดยมากโปสเตอร์เพื่อการศึกษามักมีการติดในตำแหน่งที่เด็กสามารถสังเกตเห็นได้ตลอดเวลา ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเตือนให้เด็ก ๆ จดจำในสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้วอยู่สม่ำเสมอ จึงทำให้เด็กสามารถจดจำเรื่องราวที่สอนไปได้ดีมากขึ้น การทบทวนความจำ การใช้โปสเตอร์สำหรับการศึกษาจะช่วยให้เด็กได้มีเวลาทบทวนเพื่อทำความเข้าใจและสร้างการจดจำในเนื้อหาที่เรียนรู้ได้อย่างสม่ำเสมอและตลอดเวลา โปสเตอร์บางประเภทยังเป็นเหมือนเกมให้เด็กได้เล่น ซึ่งก็เปรียบกับการได้ทบทวนเรื่องราวที่เรียนรู้ได้ทุก ๆ วัน เกิดเป็นการจดจำที่มีประสิทธิภาพ การกระตุ้นและทดสอบความทรงจำ เพื่อให้แน่ใจว่าเรื่องราวที่ต้องการจดจำนั้นถูกต้อง อาจลองนำโปสเตอร์สื่อการสอนมาใช้ โดยตั้งคำถามกระตุ้น และทดสอบให้แน่ใจว่าสิ่งที่เด็ก ๆ จดจำนั้นถูกต้อง ผู้ปกครองอาจปิดเนื้อหาบนโปสเตอร์ส่วนที่ต้องการทดสอบเพื่อถามว่าเด็ก ๆ สามารถจดจำรายละเอียดนั้น ๆ ได้หรือไม่ การสร้างความจดจำนอกจากจะช่วยให้เด็กมีความพร้อมรับความรู้ต่าง ๆ ที่มีแต่จะเพิ่มพูนมากขึ้นตามวัยแล้ว ยังนับเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยกระตุ้นให้เด็ก ๆ เกิดความจดจำได้ง่าย และแม่นยำมากขึ้น […]

Read more
X